สรุปแล้ว เราก็ตัดสินใจไปซ้อมเชียร์จนได้ ตอนนี้ซ้อมมาได้ 2 อาทิตย์แล้วล่ะ มีเรื่องราวเกิดขึ้นเยอะแยะมากมาย ประมาณว่า โหด มัน ฮา ที่สุด ไม่คิดว่าเราจะทำอะไรอย่างนี้ได้ (จริงหรอว้าาา ปกติก็บ้าอย่างนี้อยู่แล้วนิ ได้ข่าว) รู้สึกว่าเป็นปิดเทอมที่มีอะไรทำกะเค้ามั่ง ไม่ต้องนั่งแกร่วเบื่อเซ็งอยู่บ้าน ไหนๆก็ไหนๆ มาอัพบล็อกทั้งทีก็เอาอะไรเล็กๆน้อยๆมาเล่าสู้กันฟังดีกว่าเนอะ ความจริงอยากเอารูปเพื่อนๆ พี่ๆมาลงด้วยล่ะ แต่ตอนนี้คอมที่ใช้อยู่มันไม่มีโปรแกรมโฟโต้ช็อป เจ๊เซ็งสุดฤทธิ์ ย่อรูปไม่ด้ายยย
(รู้สึกว่าหลังๆนี้เรื่องดารานักร้องจะเพลาๆไปเยอะแฮะเรา เพราะขี้เกียจหรือเปล่าหว่า บล็อกนี้มันอัพจับฉ่ายจริงๆ ให้ตายเหอะ)

เริ่มที่วันแรก ก็มีเกมรับน้องเชียร์ แบบว่า ให้เดินหาเพลงเชียร์ตามสถานที่อาถรรพ์(หรอวะ?)ต่างๆในมหาลัย เล่นกันตอนสองทุ่มด้วยเหอะ - -" มาแบบเกมหาสมบัติเลย แต่เล่นแปปเดียวก็จบ มันฮามากตรงที่ตอนหาเพลงเชียร์ครบแล้วไปยืนที่สะพานสระแก้วกันทั้งแสตนด์ คำสั่งสุดท้ายคือ ให้พวกเราทั้งแสตนด์ร้องเพลงโฆษณา Happy (ไอ้เพลงที่รัก เธออยู่ที่ไหนเธอทำอะไรอยู่นะ นั่นแหละ)ให้ดังๆจนพี่ได้ยิน พร้อมทำท่าประกอบ แล้วคนอยู่กันเต็มสะพานสระแก้วเลยเหอะ = =" ร้องไปหัวเราะไปประมาณ 2 รอบได้มั้ง อายจนไม่รู้จะอายยังไงดี แต่ฮามากๆ พอหลังจากนั้นพี่ๆก็ออกมา แล้วก็ได้รู้ความจริงที่ว่า พี่เค้าได้ยินตั้งแต่รอบแรกแล้ว แต่ยังไม่ยอมออกมา >//////< โฮกกก
หลังจากนั้นพี่เค้าก็บอกให้เราเข้าแถวแล้วจับมือกัน จากนั้นก็ขยายแถวไปยืนชิดกับขอบสะพาน ตอนแรกกลัวกันมากมายว่าพี่จะให้โดดสระแก้วกันจริงๆ (คือ โดนขู่เอาไว้ว่า จะให้กระโดด) เพราะมีคนว่ายน้ำไม่เป็น ว่ายน้ำไม่แข็งกันอยู่เยอะ จับมือกันแน่น มองตากันไปมา แทบจะร้องไห้กันอยู่แล้ว เตรียมถอดรองเท้ากันเรียบร้อยแล้วด้วย ในใจคิดว่าไม่รอดแน่วันนี้ แต่พี่ก็บอกว่า ถอดทำไม ไม่ได้สั่ง แล้วก็บอกให้หลับตา จับมือเพื่อนให้แน่นๆ แล้วพี่เค้าก็พาเดินวิบากทั้งๆที่ยังหลับตาอยู่นั่นแหละไปที่ศาลาแปดเหลี่ยม มีคนกรี๊ดด้วย = =" ไม่แน่ใจว่ากรี๊ดจิ้งจกหรือไปเหยียบอะไรเข้า
จากนั้นพอมาถึงศาลาแปดเหลี่ยม พี่เค้าก็ให้พูดคอมเม้นต์เกี่ยวกับกิจกรรมวันนี้ทั้งๆที่ยังหลับตาอยู่ แล้วพอลืมตาขึ้นมาก็เห็นเทียนอยู่ข้างหน้าพร้อมกับเนื้อเพลงความทรงจำ เป็นอะไรที่แบบว่า ประทับใจอ่ะ เพื่อนๆทุกคนนั่งล้อมวงกัน แล้วก็จ้องมองไปที่จุดเดียว ทุกคนได้รับรู้ว่า จากนี้ไม่ว่าจะมีอะไรเราจะเชื่อใจกัน ไม่ทิ้งกัน เพราะกิจกรรมเชียร์มันหนักและต้องอาศัยแรงใจของตัวเองและเพื่อนๆในการผ่านมันไปให้ได้ จากนั้นก็ร้องเพลงความทรงจำแล้วก็ได้สมุดเชียร์ที่ต้องรักษายิ่งชีพมาจากพี่ๆ เป็นอันว่าจบกิจกรรมวันนี้ไปพร้อมกับความประทับใจ ^ ^

พอวันต่อมาเริ่มซ้อม ก็ไปวิ่ง ไปเล่นเกมกับพวกเพื่อนกลุ่มตอนเช้า แล้วก็เริ่มโปรเจ็กต์เสียง โดยเริ่มโปรลมก่อนนั่นแหละ แบบว่า ฝึกกันเช้าสายบ่ายเย็นเลย เสียงมันจะได้ออกมากังวาน ขึ้นเสียงสูงได้
พอขึ้นแสตนด์ แบบว่า ด้วยความที่สกิลร้องเพลงแต่เดิมมันก็ห่วยอยู่แล้ว ทำให้โดนแก้คีย์แก้อะไรไปหลายท่อนมากๆ ทั้งยังมีเรื่องร้องตัดคำ ร้องไม่ชัด บลาๆๆ แล้วเพลงเชียร์อักษร เสียงสูงได้อีก = =" ความจริงเราไม่ได้คิดมากและไม่เครียดเลยนะ แต่เราแค่กลัวว่าเราจะเป็นตัวถ่วงเพื่อนๆในแสตนด์หรือเปล่าแค่นั้นแหละ เพราะเราแก้ทีก็แก้นานอยู่ แต่ไปๆมาๆเพื่อนชอบ เพราะมันจะได้หลับได้ โฮกกกก ชั้นก็อยากหลับเหมือนกันนะยะ! นั่งแสตนด์กันตั้งแต่ 9 โมงครึ่งถึงเที่ยง แล้วก็บ่ายโมงครึ่งถึงห้าโมงเย็น จากนั้นก็ซ้อมต่อตอนสองทุ่มถึงสามทุ่มอีก ตรุ๊ดบานกันไปเป็นแถบๆ ยังดีที่ตอนแยกเพลง แยกท่อนยังมีเบาะรองนั่ง ไม่อยากจินตนาการถึงตอนสอบเพลงเลยวุ้ย บรึ๋ย เคยลองอยู่วันนึง เจ็บตรุ๊ดมากมาย
พี่ต้นเสียงปีสอง พี่มะปรางกะพี่กุ๊กเป็นอะไรที่สุดยอดมากกกก ร้องเพลงยังกะเปิดเทป มีกรอออกเสียงเป็นคำๆให้ได้ด้วยอ่ะ >///< แถมเสียงสูง เสียงดังอีก สุดยอดดดดดด
หลังๆมาเราเริ่มร้องเพลงโอเคขึ้น แก้คีย์น้อยลง ขึ้นเสียงสูงได้ไม่ทรมานแบบตอนทำกิจกรรมเมื่อตอนเปิดเทอม เสียงดังขึ้นด้วย แอบดีใจ ตอนนี้ที่เหลือคือ ต้องพยายามฝึกเลื้อยกับฝึกปรบมือให้มากขึ้น เพราะเรายังเลื้อยไม่ได้เลย T__T เศร้า

หลังจากนั้นก็เป็นการเอนเตอร์เทน (เต้นสันอ่ะแหละ) ร่วมกะพี่กลุ่ม วันแรกเหนื่อยปางตาย พอวันหลังๆมาก็ชิวๆ ประมาณว่าออมเสียงหรืออู้ก็ไม่รู้ล่ะ แต่เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมาอ่ะ เหนื่อยปางตายจริงๆ เสียงก็ไม่ค่อยจะมีแต่ก็พยายามแหกปากร้องเพลง เต้นก็ต้องเต้นให้มันสุดๆๆ จำได้ว่าที่เหนื่อยประมาณนี้ครั้งสุดท้ายก็คือตอนรับน้องท่องวังที่เด็กดุมาตอนรอบที่ 8 นั่นแหละ เต้นกันลืมตายไปเกือบชั่วโมง ตอนกลางคืนหลังจากแยกเพลงเสร็จ ก็จะเป็นการคอมเม้นต์กัน ซึ่งส่วนใหญ่จะเลิกประมาณ 4 ทุ่ม แต่หลังจากสงกรานต์ไป ช่วงกลางคืนจะไม่แยกเพลงแล้ว แต่เป็นการสอบเพลงแทน (ซึ่งมันจะหนักโคตร สู้ตาย!)

พูดถึงเรื่องพี่กลุ่ม ไอ้เราก็มีที่รู้จักตอนแรกก็หลายคนอยู่ ทั้งรู้จักและเคยคุยกันและเราแอบรู้จักเค้าข้างเดียว อย่างเช่นคุณเมทในอนาคต บีจัง หรือเป๊กที่เคยมาทำพี่เชียร์ วีวี่ และอีกหลายคน มีคนชื่อฝ้าย (อีกแล้ว) มาเป็นพี่กลุ่ม ก็เฮฮากันไป เรียกทีหันควับทั้งสองคน นี่ถ้าฝ้ายคนอ.มาอยู่ด้วยจะครบสูตรมาก เราพยายามผูกมิตรกับเขาไว้เยอะๆอ่ะ เพราะอยากได้เพื่อนใหม่ แล้วเราก็ต้องทำงานร่วมกันอีกนาน พอได้มาอยู่ที่นี่แล้ว มนุษยสัมพันธ์มันดีขึ้นจริงๆนะ เพราะเรามาอยู่คณะนี้คนเดียว เราต้องปรับตัวให้เข้ากับคนอื่นให้ได้ ไม่งั้นเราก็ตาย ตอนนี้หยุดสงกรานต์ คิดถึงเพื่อนกลุ่ม เพื่อนเชียร์ทุกคนจังเลย จุ๊บๆ

ชีวิตช่วงซ้อมมันก็ราวๆนี้แหละ แต่ระหว่างการซ้อมที่มันดูเหมือนจะเครียดอ่ะ มันมีอะไรฮาๆมากมาย (ขอย้ำว่ามากมายจริงๆ)หลายเรื่อง เดี๋ยวลองยกตัวอย่างซักสองสามเรื่องดีกว่า

เรื่องแรก ตอนนี้ทุกคนเริ่มสนิทกันมากขึ้นกว่าตอนเปิดเทอม ไปไหนก็แท็คทีมกันไปทั้งแสตนด์ ทั้งไปกินข้าว ไปโน่นไปนี่ แล้วแบบ เป็นอะไรที่น่าตกใจมากว่าปีนี้แสตนด์เชียร์อักษรมีเพศชายมากกว่าผู้หญิง (คือ มีทั้งชายแท้ นะจ๊ะ และที่ไม่สามารถระบุเพศได้) ซึ่งถือเป็นเรื่องประหลาดมาก ที่ผ่านมาพี่เชียร์อักษรจะเป็นผู้หญิงล้วนไม่ก็มีนะจ๊ะโผล่มาสักคนสองคน อะไรงี้ไง
เวลาอยู่บนแสตนด์ บรรดาผู้หญิงแสตนด์ล่างทั้งหลายเวลาง่วงตอนเพื่อนโดนแก้คีย์ก็จะอาศัยขาของพวกผู้ชาย (อย่าคิดอะไรลามกนะเฟร้ย)เป็นที่พิง แอบหลับ ไม่ก็เอนหลังไปเบียดเบียนหรือพูดคุยกัน ผู้ชายบางคนก็แบบ กัดกันเลือดสาดเลยอ่ะ ตอนแรกดูเป็นคนเรียบร้อย เอื่อยๆ แต่ไหงปากร้ายอย่างนี้ล่ะคะ T__T เพื่อนที่นั่งแถวนั้นคอนเฟิร์มว่า โดนกัดเลือดสาดทุกวัน แถมบางทีที่โดน มันฮาจนทุกคนหัวเราะแสตนด์สะเทือนอ่ะ มาคิดได้ เช่น ขมิบหมอน (มันมาจากทริกที่ว่า ถ้าขมิบตรุ๊ดแล้วเสียงจะสูงขึ้น อันนี้คอนเฟิร์มว่าจริง)
ช่วงที่แยกท่อน แก้คีย์ ก็จะมีฉายาใหม่ๆเกิดขึ้นเสมอ เมื่อตอนเปิดเทอม ด้วยความที่แสตนด์เรามีสองกอล์ฟ เลยเป็นกอล์ฟซี่กับกอล์ฟซ่า ปิดเทอมมามีเพิ่มอีก เช่น พาวเวอร์พัฟเกย์,โฟร์-มด,ครรชิตกะทิดแหลม,อ้อยกระท้อน,แอร์จี้ ซึ่งพี่เค้าตั้งให้พวกผู้ชาย ฮาสุดฤทธิ์มากๆ
มีบางคนตั้งฉายาให้ตัวเองด้วย แบบ อั้ม(ก็กลายเป็นทิดอั้ม กร้ากกกกก) พัดชา (ปลาร้าผัดฉ่าล่ะลูก) จวนจีฮุน (จวนเจียนตายเหอะ) ซึ่งเป็นความสนุกสนานอย่างนึงในชีวิตพี่เชียร์ กร้ากกกกกกกกก

อันข้างบนเป็นตัวอย่างเบาๆ เล็กๆน้อยๆ มาพูดถึงเรื่องที่มันใหญ่ขึ้นมาหน่อยดีกว่า
เห็นหัวข้อบล็อกใช่มะ คำนี้มันมาจากเจ๊อู๊ด มือกลองคนนึง คือวันนั้นอู๊ดตีกลองจนมือเลือดออกอ่ะ (เอาเลือดเซ่นกลองว่างั้น) แล้วไม่รู้ว่ามีเชื้อโรคอะไรเข้าปากแผลหรือเปล่า วันนั้นเจ๊เค้า alert มากๆ ในวงคอมเม้นต์เจ๊พูดมากผิดปกติแถมพูดด้วยเสียงโปรเจ็กต์ด้วย แล้วก็หลุดคำนี้ออกมา ทำให้ตอนนี้กลายเป็นคำยอดฮิตที่พี่ปีสองและพวกเราชอบใช้กันมากมาย อ้อๆ มีอีกคำนึงที่เพื่อนนะจ๊ะอีกคนหลุดออกมา แต่ไม่ฮิตเท่าไหร่ คือ "อย่าฟื้นขึ้นมานะ อีถึก"

มีเรื่องเรื่องนึงที่อยากเล่า เพราะมันเข้ากับชื่อบล็อกคราวนี้มากๆเลย มันคือเรื่องวัน April Fool Day ล่ะ

เรื่องมันเริ่มมาจากว่า วันนั้นไปป์ซึ่งคิดแผนเรื่องนี้มาล่วงหน้าสองอาทิตย์แล้วได้พูดกับพวกพี่ๆบางคนเชิงปรึกษาว่า จะไม่เป็นพี่เชียร์ต่อแล้ว แล้วก็มีพูดเปรยๆบนแสตนด์ว่า จะออก
พอถึงตอนคอมเม้นต์ รู้สึกว่าจะคอมเม้นต์คนแรกๆเลย ไปป์ก็พูดขึ้นมาว่า "วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่ผมจะมาซ้อม ผมรู้สึกว่าพี่เชียร์มันไม่ใช่ตัวผมเลย แล้วไม่ต้องมาถามเหตุผลกับผมนะ เพราะผมขี้เกียจตอบ แต่ที่ผ่านมาผมสนุกมากจริงๆ ส่วนสมุดเชียร์ ผมขอเก็บเอาไว้เป็นที่ระลึก" พอมีคนถามว่ากลับเมื่อไหร่ มีการบอกด้วยนะว่า จะกลับบ้านพรุ่งนี้แล้ว ทำเอาเพื่อนที่นั่งอยู่บนแสตนด์ข้างๆไปป์ร้องไห้ออกมา พอคอมเม้นต์ครบวงแล้วถึงตาพี่ๆคอมเม้นต์ พี่คนที่ทุกคนบอกว่าไม่เคยร้องไห้ก็ร้องออกมาแล้วก็บอกว่าจะพูดกับไปป์ ทีนี้ก็เข้าทางเลยทีเดียว ไปป์ก็เบรกพี่เค้าก่อนแล้วบอกว่า "คือ ผมบอกแล้วไงว่าไม่ต้องมาถามอะไรผมมาก ก็วันนี้วัน April Fool Day นี่"
เท่านั้นแหละ เสียงสรรเสริญไปป์ดังขึ้นรอบวงพร้อมกับเบาะรองนั่งที่อยู่ในมือทุกคนก็พร้อมใจกันกระเด็นไปหาไปป์ทันที ไอ้เราอ่ะ ตอนแรกก็อึ้งๆแล้วว่าจะคุยกับไปป์หลังคอมเม้นต์จบ พอเจออย่างนี้เข้าไป แบบว่า หมอนลอยพร้อมคำสรรเสริญด้วยสัตว์ประจำมหาวิทยาลัยแบบไม่ต้องคิดเลย แถมพอรู้ว่าป็นเรื่องโกหก น้ำตามันก็ไหลออกมาซะงั้น ไม่รู้เพราะโล่งใจหรือเพราะเสียใจที่จะอยู่ต่อกันแน่

"มันร้ายจริงๆนะคะหัวหน้า ทำไงกับมันดีล่ะเนี่ย"

วันนี้เมาท์ยาวมากมายอ่ะ ไม่ได้พิมพ์อะไรยาวๆแบบนี้มานานมากแล้ว แบบว่า ความจริงมีเรื่องอื่นอีก แต่เอาไว้ต่อคราวหน้าก็แล้วกันเนอะ วันนี้เอาแค่พอหอมปากหอมคอ หนุกหนานๆ คิดถูกจริงๆที่ตัดสินใจกลับมาทำพี่เชียร์ ไม่งั้นเราก็คงไม่ได้ประสบการณ์และมิตรภาพที่มากมายอย่างนี้ทั้งจากรุ่นพี่และรุ่นเดียวกันขนาดนี้แน่
ขอบคุณมาก ที่เราเอนท์ติดอักษร ศิลปากร และได้เปลี่ยนแปลงตัวเองไปในหลายๆด้าน สุดท้าย คิดถึงเพื่อนเชียร์และเพื่อนกลุ่มทุกคนเลยนะ รวมถึงพี่เชียร์ พี่กลุ่ม รุ่น 38 และพวกชั้นปีทั้งหลายด้วย เอาไว้ไปเล่นสงกรานต์กันวันที่ 16 ด้วยกันนะ รักนะ จุ๊บๆ


ปล. ณ ตอนนี้ เสียงแหบแถมปวดไหล่ได้อีก
ปล.2 เหมือนคอร์สลดความอ้วนสูตรเร่งรัด+คอร์สร้องเพลงเลยว่ะฮ่าๆ
ปล.3 ทำไมเดี๋ยวนี้ใส่เพลงลงบล็อกไม่ได้อีกแล้วล่ะ T__T

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เราก็เคยซ้อมเชียร์เหนื่อยมากก

แต่มันทำให้เห็นธาตุแท้ของคน

และความสนุกๆๆ

#1 By Downinya* on 2007-04-07 18:33

เป็นพี่เชียร์ด้วยหรือนี่
สนุกๆนะ เวลาเรียนจบมาแล้วก็จะรู้ว่าเพลงเชียร์คณะเรานี่เพราะจริงๆเลย
ฮาดีอ่ะจ้าฝ้าย

แอบมีพาดพิงถึงเราด้วยนะ

#3 By นู๋ฝ้าย (58.8.51.51) on 2007-04-07 19:29

มึงปวดไหล่ แต่กุปวดแขน - -"


ไปงานหนังสือ - -"

ถือหนักสือหนัก หนักโว๊ยยยยยย ฮืออออ



กูหนีไปญีป่นละ บายๆๆๆ

#4 By ^^YUi on 2007-04-07 20:05

พาวเวอร์พัฟเกย์น่ะ ขอค่าลิขสิทธิ์ด้วยเว๊ย ฮ่าๆๆๆ



จะเอาไปซื้อเคาเตอร์เพนมานวดตัว - -

#5 By lll:::l3`e`ej@iา9:::lll on 2007-04-07 21:46

ขอบคุณค่ะ

#6 By โหลดเพลง (124.157.236.250) on 2009-08-27 10:16