พี ผี่ พี่ พี้ ผี !!!

posted on 28 Apr 2007 15:38 by aniarovana in My-Life
ช่วงนี้อัพบล็อกถี่มาก...นิสัยเราไหมเนี่ย เพราะมีเรื่องอยากเล่า อยากแชร์ประสบการณ์กับเพื่อนๆนั่นแหละ ถึงได้อยากเขียนมันออกมา เพราะเราคิดว่า เรื่องแบบนี้น้อยคนที่จะมีโอกาสได้เข้ามาสัมผัสกับมันจริงๆ เรามีความสุขกับสิ่งที่เราทำนะ และเราก็อยากจะแบ่งปันให้กับเพื่อนๆด้วย

จะบอกว่า ตอนนี้เสียงหายแหละ แค่เสียงพูดยังจะไม่มี เป้นมาสองสามวันแล้ว พูดออกมาเสียงเบา+แมนโคตร ตัวเองยังตกใจเสียงตัวเองเลย เพราะก่อนหน้านั้นเสียงยังดีๆ แต่พอตื่นขึ้นมา อยู่ๆเสียงก็หายไปเลย ร้องเพลงเชียร์ก็ร้องไม่ได้ ต้องแอ๊บเสียงเอา กรี๊ดตอนเอนเตอร์เทนก็ทำไม่ได้ ได้แต่เต้นไปอ้าปากพะงาบๆเหมือนคนบ้า พูดก็แทบจะไม่มีเสียงแล้ว ขอบอกเลยว่า มันไม่สนุกเลยสักนิดเดียว มันอึดอัด อยากร้องไห้ โปรเสียงก็โปรไม่ได้ ร้องเพลงก็ไม่ได้ ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง
พอเสียงเป็นแบบนี้แล้วยิ่งรู้สึกเลยว่า เพลงเชียร์คณะเรานี่มันเพราะมากๆเลยนะ แล้วเราก็อยากจะร้องมันออกมามากๆด้วย ไม่เคยรู้สึกรักเพลงเชียร์มากขนาดนี้มาก่อน นี่ล่ะนะที่เค้าว่า พอเราเสียอะไรไปแล้วเราถึงจะได้เห็นคุณค่าของมัน ตอนแรกเราก็แบบ อะไร แก้อีกแล้วๆ แต่พอเสียงหาย ไม่ได้แก้เพราะร้องไม่ได้ กลับรู้สึกโหวงๆอ่ะ นั่งฟังเพื่อนร้องเพลงไปในขณะที่เราทำได้แค่อ้าปากพะงาบๆตาม มันทรมานนะ เหมือนเรากินแรงเพื่อนอ่ะ อยากจะให้เสียงหายเป็นปกติไวๆ จะได้ร้องเพลง ได้กรี๊ดเหมือนเดิม

โอเค จบเรื่องเสียงหายเหอะ ตอนนี้ก็พักรักษาตัวไปก่อน จะได้หายไวๆ มาคุยกันเรื่องอื่นกันดีกว่า ขอพิมพ์ให้สะใจหน่อย ทดแทนที่จะไม่ได้แตะคอมไปอีกหนึ่งเดือนเต็มๆก็แล้วกัน

มาเริ่มกันที่เรื่องเมื่อวันเสาร์เลยแล้วกันนะ มันมีเวิร์คช็อปเรื่องกิจกรรมรับน้องที่เคยบอกไปแล้วอ่ะ โดยจะทำกิจกกรมร่วมกันหนึ่งวันที่ A4 มีพี่เชียร์ พี่กลุ่ม คนอ.ชั้นปี แล้วก็พี่เซค เกมเป็นอะไรที่สุดยอดแห่งความฮา วิ่งเปี้ยวกางเกงในงี้ เกมร้อยขางี้ ขอบอกว่าเกมนี้เล่นเอาปวดตรุ๊ดสุดๆ แล้วก็มีวาดภาพ มีเล่นอนุสาวรีย์ ทำตุ๊กตา วันนี้ทำให้เรารู้สึกว่า สนิทกับทุกคนเพิ่มขึ้นอีกเยอะ ทั้งพี่เชียร์พี่กลุ่ม พี่เซค คนอ. ชั้นปี แล้วก็ได้รู้สัจธรรมข้อที่สองของพี่เชียร์รุ่นเราว่า แม่งบ้าพลังและกะล่อนที่สุด!! ทำไปได้ ไอ้ตุ๊กตาวูดูภาพลวงตานั่นน่ะ = =
แอบกำไรเล็กน้อยสำหรับวันนี้ เลือดกำเดาแทบกระฉูด คือ มันจะมีเกมนึงที่ให้เอาของที่มีอยู่ในตัวมาต่อกันให้ยาวที่สุด ทีนี้ก็เอาสิคะ อิชั้นก็ได้เห็นผู้ชายและกะเทยถอดเสื้อทั้งแสตนด์เลย โอย กำไรสุดๆ (หัวเราะหน้าตาหื่นๆ) แล้วมันจะมีช่วงที่ให้กอดกัน ก็กำไรอีกแล้ว หึๆๆ ได้กอดผู้ชายทั้งแสตนด์เลย (อีนี่หื่นว่ะ เค้ารู้กันหมด)
แล้วพอจบงาน ก็มีเซอร์ไพรซ์วันเกิดไปป์กัน เค้กรูปหมีแพนด้าด้วย >//< น่ารักสดใสที่สุด จากนั้นก็ไปต่อกันที่ศาลาแปดเหลี่ยม ร้องเพลง เล่นไพ่ กินเหล้า (อันหลังนี่เล็กๆน้อยๆ) แทนที่จะกลับไปนอนเพราะใช้พลังงานกันมาเยอะทั้งวันแล้ว ไปนั่งจุดเทียนกัน ได้บรรยายกาศโรแมนติกมาก นั่งร้องเพลงคลอเสียงกีตาร์ มีพี่กุ๊กร้องด้วย เสียงเทพมาก ไม่น่าเชื่อว่าเคยไปคัด the star แล้วไม่ติด
พอตกดึกมากๆเข้า ซักตี 1 วงทั้งหลายก็เริ่มแตก แล้วกลายมาเป็นวงเม้าท์แทน จากตอนแรกที่คุยเรื่องสัพเพเหระ ก็เริ่มมีคนจุดประกายเรื่องผีขึ้นมา เอาแล้วล่ะสิ ก็รู้อยู่ว่าศาแปดเหลี่ยมมันเฮี้ยนน้อยซะที่ไหน แถมสระแก้วก็อยู่ตรงนั้น คงไม่ต้องพูดถึงความแรงแล้วล่ะมั้ง...

ตอนแรก เรานั่งอยู่ในวงเล่าเรื่องผีก่อนแล้ว เค้าก็เล่าๆไปเรื่องลานทรงพลมั่ง ห้องน้ำชฏามั่ง เล่นเอาเรา ที่นั่งแบบเกือบจะออกนอกวงต้องเบียดกลอ์ฟซ่ากับก้อยเต็มที่ สารภาพเลยอ่ะ ว่ากลัวว่าจะมีใครมานั่งฟังด้านข้างเราอีกด้านนึง
ทีนี้ เอ้ที่ตอนแรกไปร้องเพลงเล่นอยู่ที่ริมสระแก้วกับพวกแพรก็เดินตามมาสมทบ เอ้บอกว่า เห็นเงาดำๆที่หางตาเป็นรูปเงาคนยืนฟังพวกเราคุยกันอยู่ไม่ไกล แล้วก็มีเสียงเรียกเอ้ข้างหลัง มีเสียงฝีเท้าย่ำกับพื้นทั้งๆที่ทุกคนนั่งฟังอยู่ด้วยกันตรงนั้น ก็ฟังๆเล่าๆกันไปจนสุดท้ายเอ้กลัว ทนไม่ไหว รีบขอตัวกลับก่อน แล้วทุกคนที่ตอนแรกก็ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรก็บอกว่า เดี๋ยวรอกลับพร้อมกันนี่แหละ แต่เอ้ยืนยันว่าจะกลับก่อน คนเดียวก็ได้ สุดท้ายวงก็เลิกไปแล้วก็แยกย้ายกันกลับหอ พอถึงหอแล้วเราถึงได้รู้จากปากเอ้ว่า มีคนมายืนฟังพวกเราคุยกันอยู่ บรึ๋ย! ขนลุก
ความจริงเรื่องพวกนี้มันก็ควรจะเตรียมใจเอาไว้กันบ้างแล้ว ก็รู้ๆกันอยู่ว่าที่นี่อ่ะ ผีเยอะแค่ไหน วันนั้นที่ไปลงสระแก้วกัน ชองก็เห็นเด็กมาวิ่งเล่นอยู่ข้างหลังกิ๊กงี้ เอ้เห็นผู้หญิงชุดขาวผมยาวยืนมองมาจากสระแก้วงี้ หรือตอนที่กิ๊กไปอ้วกแล้วมีคนมาสะกิดหลังอย่างนี้ รวมถึงเรื่องผีในหออีกมากมายหลายอย่างที่ต่างคนต่างเจอมา โดยส่วนตัวนะ เราเป็นคนไม่มีเซ้นส์ไง เลยไม่เคยเห็น ไม่เคยอะไรกับที่นี่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าอยากเจอนะ มีคนบอกว่า ถ้าไม่เคยโดนผีหลอกก็ไม่ใช่เด็กศิลปากร เรายอมว่ะ...บรึ๋ย

พูดถึงเรื่องซ้อมเชียร์กันนิดหน่อยดีกว่า ตอนนี้นอกจากเรื่องเสียงหาย ก็มีเรื่องเจ็บตรุ๊ดนี่แหละ โหดร้ายกับชีวิตมาก อ้อ เรื่องยิ้มด้วย เราว่าเรายิ้มแบบปกติที่สุดนะ แต่พี่บอกว่าเราไม่ยิ้มเลย ไม่รู้จะทำไงดี ซึ่งมันก็สำคัญมาก เป็นปัจจัยนึงเลยที่เพลงจะผ่านหรือไม่ผ่าน เค้าถือเป็นระเบียบแสตนด์ที่เราต้องรักษา นอกนั้นก็ชีวิตดำเนินไปตามตารางเวลาอันโหดร้าย

มีอีกเรื่องที่อยากเล่า อันนี้มันส์มาก คือเมื่อคืนวันพฤหัส เราตกลงใจกันว่าจะไปนอนหอกลอ์ฟซี่กันทั้งแสตนด์เลย เพราะหลังจากนี้จะไม่มีเวลาสบายๆอย่างนี้อีกแล้ว ควบไปกับการแฮปปี้เบิร์ธเดย์รุ่งด้วยเลย ห้องกอล์ฟซี่ใหญ่มากจริงๆ อัดกันเข้าไป 15 คนได้ ตอนแรกที่ไปถึงก็นั่งเล่นไพ่ตอแหลกัน อีกอล์ฟซ่าได้เป็นคิงสองรอบ = = ทกคนพร้อมใจกันลงความเห็นว่ามันตอแหลที่สุด! เจ้าตัวก็แก้ตัวว่า ก็คนมันเล่นเก่ง ไม่ใช่ตอแหลเก่ง ส่วนคนที่จริงใจที่สุดก็เป็นแอร์จี้ โดนวิ่งรอบสนามสามรอบเป็นรางวัลความจริงใจตอนเช้า
จากนั้นก็นอน ด้วยความที่ไม่ได้เตรียมตัวอะไรกันมามากมาย ทำให้เกิดความไม่ยุติธรรมขึ้น เมื่อผู้ชายได้นอนสบาย อย่างอู๊ด ชอง ก็นอนบนเตียง มีผ้าห่ม หนูหิ่น กอล์ฟซี่ กอล์ฟซ่า แจ้ ไปป์ มีผ้าห่ม ส่วนผู้หญิงหรอ...ไม่มีผ้าห่มแล้วแอร์มันก็หนาว = = ฮือๆ อยากไปนอนเบียดกอล์ฟซี่กอล์ฟซ่ามัน ดูนอนสบายดี ท่านอนน่ารักด้วย หันหน้าเข้าหากัน แต่ชั้นหนาว พี่ม่อน (หรือกอล์ฟซ่า หรือคาซาม่าคุง)ก็มีผ้าห่มลายโดเรม่อน ตรูอยากห่ม ตรูหนาวววว แต่ขอบอกว่าถึงจะนอนกันแบบนั้นก็เถอะ มันมีความสุขนะ เพราะได้อยู่กับเพื่อนๆนั่นแหละ
มาตอนเช้า ตื่นกันตั้งกะหกโมง เก็บที่นอนแล้วก็แยกย้าย คนที่ปลุกยากที่สุดเห็นจะเป็นไปป์ ปลุกแล้วไม่ยอมลุก กลิ้งไปกลิ้งมา พวกผู้หญิงช่วยกันปลุกก็ไม่ตื่น เสียงก็แหบอยู่แล้ว ทั้งเอาหมอนฟาด ดึงผ้าห่ม ก็หนีไปนอนต่อบนเตียง จนสุดท้ายกิ๊กทนไม่ไหว เอ้บอกว่า จับมันเปลี่ยนเสื้อผ้าเลย กิ๊กก็เอาสิ ในเมื่อดึงผ้าห่มออกแล้วไปป์ก็ยังไม่ยอมลุด งั้นก็แกะกระดุมเสื้อนอนไปป์จริงๆเลยละกัน แกะจนหมดมันถึงจะยอมลุกอ่ะ กิ๊ก ใจเด็ดมาก ในฐานะผู้ร่วมเหตุการณ์ความฮานั้น ขอไว้อาลัยให้กับความกล้าสามวิ

เรามีความสุขมากนะที่ได้มาทำเชียร์ ตอนนี้อยากเจอน้องๆมาก เป็นกำลังใจให้น้องที่เอนท์ปีนี้ทุกคน และหวังว่าจะได้เจอกับน้องๆวันรับน้องนะ เรามีความสุขมากเลยที่มีคนมาอ่านบล็อกเราแล้วร่วมมีความสุขไปกับเราด้วย เราอยากแบ่งปันความรู้สึกรักและผูกพันเหล่านี้ไปให้น้องๆและเพื่อนๆพี่ๆให้มากที่สุด
และจะบอกว่า เพื่อนๆคนไหนที่ตอนนี้เครียด กลุ้มใจ หรือมีอะไร อย่าคิดมากนะ เราจะคอยเป็นกำลังใจให้เสมอ

จบรายงานแต่เพียงเท่านี้ พบกันใหม่เมื่อชาติต้องการ




Comment

Comment:

Tweet

#17 By (203.172.201.252) on 2010-07-14 16:29

เรวรัยบวัรยบวัรวัรวดะนสะสสหกพะสะรว

#16 By นถึคยน คคยวค (119.42.126.182) on 2010-04-05 09:53

ขอบคุณค่ะ

#15 By โหลดเพลง (124.157.236.250) on 2009-08-27 10:15

ผี่

#14 By gto048 (203.172.201.34) on 2009-02-20 14:36

พี่ก็ได้ยินบ่อยๆ น้องเรื่องลานทรงพลเนี่ย
ไม่กล้าเดินคนเดียวตอนกลางคืนเลย

ว่าแล้วก็คิดถึงมหาลัยอย่างแรง

#6 By ::krappom:: on 2007-08-12 00:03

อ๋อ ...ศาลาเอ 4 ใช่มะ ...พี่เคยไปนั่งเล่นตอนตี 2 แล้วพอเดินออกมา มีเสียงผู้หญิงหัวเราะไล่หลังอ่ะน้อง

อยู่ทับแก้วแล้วเจอ... เป็นเรื่องปกติค่า ...พี่เจอไม่รู้กี่ที
พี่ฝ้ายหญิงทำสำเร็จแล้วนะ
ในที่สุดหญิงก็ติด อักษรศาสตร์ ศิลปากร จริงๆแล้ว
ดีใจมากเลย

#4 By hitori_neko (203.113.17.155) on 2007-05-13 10:35

พี่ฝ้ายขอให้เสียงเป็นปกติเร็วๆนะ

#3 By hitori_neko (203.113.17.155) on 2007-05-01 19:42

รับแซ่บ

#2 By lll:::l3`e`ej@iา9:::lll on 2007-04-29 10:58

เพิ่งดูภาพหลอนๆเรยเข้ามาอ่าน ยาวเหมือนกัล อิอิ

#1 By Sa gwa on 2007-04-28 17:33