กลับมาแล้ว หลังจากดองบล็อกไปนานมากมาย เนื่องจากภารกิจที่มันรัดตัวสุดชีวิต นั่นคือ ซ้อมเชียร์!! แบบว่า โหดสุดฤทธิ์ค่า เรื่องราวที่อยากจะเขียนมันมีเยอะแยะเต็มไปหมดเลย ทั้งเรื่องสนุก สุข เศร้า เหงา มากมายที่มันบรรยายเป็นคำพูดได้ไม่หมด เกิดขึ้นตลอดเวลาสี่เดือน (ปิดเทอม+รับน้อง) และตอนนี้...หน้าที่นั้นก็ได้จบลงแล้ว..หรือจะพูดว่าเป็นจุดเริ่มต้นดีล่ะ ในตอนนี้ เราได้ชื่อว่าเป็น Cheer Arts 39 อย่างเต็มตัวแล้ว >>> ดีใจโว้ย

เอ่อ ส่วนอันนี้ฝากถึงหลายๆคนนะ แบบว่า หลังๆมาเราพูดถึงแต่เรี่องเชียร์ มิใช่ว่าหลงลืมบรรดาสุดที่รักไปนะฮะ แต่เป็นเพราะเรื่องเชียร์มันมีอะไรโฮกๆให้พูดเยอะอ่ะ คงเป็นแค่ช่วงนี้แหละเนอะ ก็อย่างว่า ห่างเน็ตไปก็มีแต่เชียร์ๆๆ (ช่วงเปิดเทอม มีเรื่องเรียนด้วย) ก็เลยมีแต่เรื่องเชียร์มาโฮกนี่แหละฮ่ะ ฮือๆ ยอมรับว่าช่วงนี้ตกข่าวอย่างรุนแรงและมากมายมหาศาล


เอาล่ะ ไหนๆก็ไหนๆ ขอพูดเลยละกัน เสียดายมาก เจ๊อยากได้โน้ตบุ้คประจำกายซักเครื่องจริงๆ มีรูปมากมายที่อยากจะเอาลงบล็อก แต่เอาลงไม่ได้เพราะเครื่องที่ใช้ตอนนี้มันไม่มีโฟโตช็อป+ลืมเอาแผ่นที่ไรท์รูปไว้กลับมาด้วย เซ็งจิตค่า = =

พอเรากลับบ้านมาครั้งสุดท้ายตอนนั้น พอกลับไปซ้อมต่อเนี่ย นรกแตกที่สุด = = ร้อนก็ร้อน บางวันก็พายุเข้า เปียกมะลอกมะแลกยังกะโดดสระแก้วทุกวัน แถมเสียงก็ไม่ค่อยจะมีอีก สอบเพลงถึงเที่ยงคืน เป็นอะไรที่เจ็บตรุ๊ดมากๆ แล้วก็...โนวันหยุดค่า ทำทุกอย่างเป็นแพทเทิร์นตั้งแต่ตื่นจนนอน สารภาพเลยว่าเสียน้ำตาไปกับการทำเชียร์เยอะจริงๆ มันเหนื่อย..เหนื่อยทั้งกายและเหนื่อยทั้งใจ เหนื่อยจนไม่อยากจะพูดอะไรกับเพื่อนๆแล้ว เพราะรู้สึกว่า เราพูดไป แต่เพื่อนๆก็บางทีก็ฟัง บางทีก็ไม่ฟัง แล้วมันก็เรื่องเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมาทุกวันจนไม่รู้ว่าจะพูดทำไมแล้ว บอกตรงๆว่าเป็นช่วงที่ท้อมาก คิดนะ ว่า "แล้วจะมาอยู่ทำไม อยู่ไปก็เหมือนเป็นตัวถ่วงเค้า ร้องเพลงก็ไม่ได้เรื่อง ระเบียบแสตนด์ก็เห่ย แล้วยังต้องมานั่งเสียสุขภาพจิต โดนพี่ว่า โดนพ่อแม่ว่า" อะไรประมาณนี้ รู้สึกอยากจะหนีไปไกลๆ ไปนั่งสงบใจอยู่คนเดียวซักพัก ไม่ต้องคิดอะไรให้มันวุ่นวายปวดหัว

แต่สุดท้ายเราก็ไม่ทำอย่างนั้น ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกัน พอมาคิดๆดู ถ้าตอนนั้นเกิดเราตัดสินใจอย่างนั้นไปจริงๆ เราคงต้องมานั่งเสียใจว่า ทำไมเราถึงออก ทำไมถึงไม่ทนอยู่จนถึงสอนน้อง เวลามันผ่านไปอย่างรวดเร็วมาก

รับน้องแอดกลาง...รับน้องเอเชีย....เปิดบ้าน....เปิดเชียร์.....สอนเพลง.....ปิดเชียร์ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก ไม่อยากเชื่อว่าจนถึงตอนนี้เราได้ปิดเชียร์ สอนเพลงน้องครบ 53 เพลงแล้ว เวลาผ่านไปจนครบเดือนแล้ว ทั้งๆที่ตอนอยู่ปีหนึ่ง การซ้อมเชียร์มันไม่ได้น่าพิสมัยและรู้สึกว่า เวลาหนึ่งเดือนมันนานมากๆ

เวลาหนึ่งเดือนที่สอนน้อง ทำให้เราได้เห็นอะไรในตัวเพื่อนๆ พี่ๆ และน้องๆหลายอย่าง กับเพื่อน...ที่มีรู้สึกไม่ดี และเราก็คิดไปเองหรือเปล่า อันนี้ก็ไม่แน่ใจ แต่มันก็รู้สึกแย่เหมือนกันนะที่เพื่อนที่เราสนิทด้วยมาปิดตัวเองใส่เราหลังจากทำเชียร์ด้วยกัน แต่ก็เคลียร์ไปแล้วล่ะ ยอมรับว่าเฟลมากจริงๆ แต่มันก็กำลังจะดีขึ้นแล้วหลังจากการพูดคุยกัน การพูดนี่มันมีอานุภาพมากจริงๆนะ ทำให้คนรัก เกลียด ได้ทุกอย่าง ขึ้นอยู่กับว่าเราใช้วิธีการพูดแบบไหนเท่านั้นเอง

....แล้วเราจะพูดเรื่องเครียดๆขึ้นมาทำไมหนอ...ในเมื่อมันเป็นบล็อกรั่ว ไร้สาระ และไม่สมควรจะมาพูดถึงเรื่องความขัดแย้งที่มันจบไปแล้ว พอเฟ้ย เครียด เลิก แล้วก็เล่าเรื่องกันดีกว่า เอามันส์ๆสักสองสามเรื่องละกัน (แบบว่า ขี้เกียจเล่าเยอะ อยากรู้ต้องมาเป็นพี่เชียร์เองค่ะ ฮุๆๆ <--หัวเราะแบบชั่วร้าย)

เรื่องแรก...แบบว่า สอนน้องเนี่ย มันต้องเปิดคอนเซปต์ทุกวันอ่ะ แล้วทีนี้มันต้องเวอร์ แล้วก็เข้ากับเนื้อหาเพลงด้วย มีแต่งชุดรด. ชุดนักเรียน แต่งเป็นลาว นักรบโบราณ และอีกมากมายก่ายกอง ตอนแรกน้องทุกคนจะหลับตา พอชองพูดว่า "น้องๆลืมตาค่ะ" สิ่งที่ตามมาคือ เสียงฮือฮาของน้องไม่ก็เสียงหัวเราะ เพราะบางวันจะแต่งหน้าได้ฮาแตก แต่บางวันจะสวยพริ้งเลยค่า ตอนแรกนะ นึกว่าแต่งหน้าทุกวัน แถมนอนดึกด้วยจะทำให้หน้าเสีย เปล่าเลย..กลับกลายเป็นว่า สิวหาย หน้าเกลี้ยง สวยกันทุกคน ก็แปลกดีเหมือนกัน

วันปิดเชียร์ ขอบอกว่า เป็นอะไรที่ต้องการความเวอร์สุดฤทธิ์มากๆ ซึ่งมันก็ได้อยู่ เพราะเสียงกรี๊ดไม่ขาดสายของน้องๆ+พี่ๆทั้งหลาย แต่คอมเมนต์หลังจากนั้นเป็นอะไรที่ทำให้เรานั่งซึมค่า พอพี่ร้องเพลงรับขวัญ จะผูกข้อมือและให้รุ่น เรานั่งร้องไห้เลยอ่ะ แบบว่า ไม่คิดว่าจะมาถึงวันนี้ได้ รู้สึกดีใจมากที่เราผ่านมันมาได้

วันสุดท้ายที่สอนเพลงน้อง ยอมรับเลยว่าใจหายมากๆ สอนเพลงคำปฏิญาณ กลิ่นจัน Santa Lucia เป็นอะไรที่ร้องออกมาอย่างที่สุดแล้ว น้องๆมากันเยอะ (ขอประชดหน่อยเหอะ ถ้าไม่ใช่เพลงมหาลัยคงไม่มากันใช่ไหมล่ะ) ตอนที่ยืนร้องซานตาอยู่ คิดแต่ว่าต้องร้องออกมาให้ดีที่สุดและเสียงดังที่สุด เอาให้น้องได้รับรู้ถึงความรู้สึกของเราที่สอนเพลงเค้ามาตลอดหนึ่งเดือนเต็ม และไม่อยากเดินออกมา อยากให้น้องได้เห็นเรายืนยิ้มอยู่อย่างนั้น ส่งน้องให้เดินกลับโดยปลอดภัย คือ ยังไงดี เพื่อนบางคนอยากจะให้น้องเห็นเลยด้วยซ้ำว่าพวกเราร้องไห้กันขนาดไหน ชองร้องไห้ต่อหน้าน้องและเดินออกมา ในขณะที่พวกเราซึ่งออกมาก่อนมายืนกอดกันและร้องไห้ออกมา ไม่รู้ว่าน้ำตานี้มาจากไหน รู้แต่ว่าเราเดินเข้าไปหาเพื่อนทุกคนและกอดแน่น มีที่กอดกันกลมเจ็ดแปดคนและร้องไห้ด้วยกัน ถ้าน้องมาเห็นเข้าคงแปลกพิลึกล่ะนะ...ไม่ได้หรอก ภาพพี่เชียร์ต้องร้องเพลงคีย์สูง ยิ้มตลอดเวลามันคือภาพในเวลางานที่ต้องแสดงให้น้องเห็น หยาดเหงื่อและน้ำตาคือเบื้องหลังที่คนที่ได้มายืนอยู่ตรงจุดเดียวกันเท่านั้นจึงจะเข้าใจ ยอมรับที่พี่พูดเลยว่า "มีแต่พี่เชียร์ด้วยกันที่เข้าใจความรู้สึกกัน"เวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมามันจะเป็นความทรงจำดีๆตลอดไป เพราะเป็นโอกาสครั้งเดียวในชีวิตที่ผ่านแล้วผ่านเลยไป

สิ่งที่เราหลังตอนนี้คือ อยากให้เราสนิทกันมากกว่านี้ ใส่ใจกันให้มากกว่านี้ และเข้าใจกันให้มากกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ เท่านั้นแหละ


"ให้เรืองนามทั่วทั้งสนามจันทร์...ว่า...สวรรค์อยู่ที่อักษร"


มันคือบล็อกบ่นอะเกนอีกแล้ว หาสาระอะไรไม่ค่อยได้เลยเหอะ แถมเขียนมึนๆเมาๆอีกตะหาก...อาเห๊อะ บอกแล้วว่า มันเป็นอะไรที่บรรยายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้และ...มีเพียงเราที่เข้าใจกัน..ดี บายบี อาดิออส เจอกันใหม่โอกาสหน้า


PS. Ashita wa watashi no tanjoubi desu... dare ga oboeteirun desu ka?

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ่ะจ้า บ่นได้ยาวจริงๆ แสดงว่าเริ่มแก่ขึ้นอีกแล้วสิน่ะ
(พี่แก่ไปนานล่ะ)
แต่ก็สู้ๆเด้อ
ขอบคุณค่ะ

#2 By โหลดเพลง (124.157.236.250) on 2009-08-27 10:14