Book-Review

หนังสือท่วมหัว...

posted on 30 Oct 2007 00:23 by aniarovana in Book-Review

          เดือนนี้อัพบล็อกบ่อยจริงเรา ไม่เคยอัพอะไรเยอะขนาดนี้มาก่อน (มีคนถามว่า ว่างนักหรือไง ฮ่าๆๆ ก็ว่างจริงๆนี่) ลองสังเกตนะ...บล็อกนี้มี catagory อยู่มากมาย แต่เจ้าของบล็อกมันใช้จริงๆกี่อันกันเชียว? คราวนี้ได้ฤกษ์ใช้อีก catagory นึงที่หมายมั่นปั้นมือมานานว่าจะใช้ซะที ด้วยเรื่องงานหนังสือที่เพิ่งจบไปนี่ล่ะ หึๆ

          งานหนังสือคราวนี้ไปมาสองครั้ง ครั้งแรกไปกับพี่เม ไปป์ แล้วก็เป๊ก วันเสาร์ที่ 20 ส่วนครั้งที่สองไปกับท่านพ่อ วันศุกร์ที่ 26 ได้หนังสือติดไม้ติดมือมา 17 เล่มสำหรับงานหนังสือคราวนี้นะคะ... ก็..นะ เป็นหนังสือเรียน...นิดหน่อย ที่เหลือก็นิยาย เป็นคนดีจริงๆเรา = =" ส่วนใหญ่แล้วหนังสือที่ซื้อมาจะถล่มซื้อตอนไปครั้งแรกมากกว่า ส่วนครั้งที่สอง แอบเน้นราคาจิ้ดนึง... ไม่กล้าให้พ่อออกตังค์เยอะแฮะ เพราะมาครั้งแรกเราก็ซื้อไปเยอะแล้ว เบ็ดเสร็จ 17 เล่มน่าจะซักสองพันห้าสามพันได้ = ="

          บรรดาเพื่อนเก่าทั้งหลายและเพื่อนที่มหาลัยบางคนคงจะรู้ดีว่าเดี๊ยนเป็นคน "บ้า" อ่านหนังสือขนาดไหน โดยเฉพาะนิยายเนี่ย อ่านแหลก อ่านหมดทั้งนิตยสาร การ์ตูน และหนังสือเรียน (ซึ่งอย่างหลังสุดอ่านน้อยที่สุดหรือเปล่า) แล้วเป็นคนที่อ่านหนังสือได้ทุกแนว หนังสือธรรมมะยังเคยอ่านมาแล้วเลย! เพราะงั้นหนังสือในคอลเลคชันจะมีอยู่ประมาณแสนแปดได้ ตอนนี้มีแค่ญาติกับพร้อมเพื่อนที่เคยเห็นคอลเลคชันหนังสือของเรา...เอิ้กส์ ว่าแล้วก็อยากได้ตู้ใหม่เหลือเกินเพราะหนังสือที่มีอยู่ตอนนี้มันเยอะจนเริ่มจัดยากแล้ว มันจะล้นตู้แล้วค่า! 

          ด้วยความที่เราอ่านหนังสือเร็ว...มาก (มั้ง) ตอนนี้ก็เลยอ่านหนังสือที่ซื้อมาคราวนี้จบไปหมดแล้ว ฮ่าๆๆ (แต่คงไม่นับดิคกับหนังสือระดับสองแน่!!) ขอบอกว่า ที่จะเขียนต่อไปนี้เป็นความเห็น..ส่วนตัว..เกี่ยวกับหนังสือแต่ละเล่มที่อ่านมาเท่านั้นเอง ส่วนรูปที่เห็นอยู่...ถ่ายจากหนังสือที่มีอยู่ในมือ ภาพมันเลยออกมา..อุบาทว์หน่อย แต่ช่างเหอะ เพราะขี้เกียจอ่ะแหละก็เลยเอากันง่ายๆแบบนี้ ฮ่าๆๆ ไม่คิดมากๆ

 

พจนานุกรมญี่ปุ่น-ไทย (New Edition)
สำนักพิมพ์ภาษาและวัฒนธรรม

     ซื้อดิคเล่มนี้มาเพราะเดิมมีเล่ม furigana อยู่แล้ว แต่พอเรียนมากขึ้น ศัพท์ใน furigana มันน้อยไปเลยต้องหาเล่มที่มันมีคำศัพท์เยอะกว่ามาเพิ่ม ถือว่าฉลองที่ได้เอกญี่ปุ่นละกัน ฮ่าๆๆ หนังสือเล่มนี้ก็...มีอาจารย์วันชัยสุดที่รักอีกแล้วล่ะ... ศัพท์เยอะได้ใจดี แล้วก็มันจะต่างกับเล่ม furigana ตรงที่ศัพท์จะเยอะกว่า ครอบคลุมกว่า แต่ furigana จะมีประโยคตัวอย่างในการใช้ศัพท์คำนั้นๆมาแทนที่ เพราะงั้นดิคสองเล่มก็จะไม่ซ้ำกัน ตอนนี้ดิคญี่ปุ่นในครอบครองมีแล้วทั้งหมดสี่เล่ม (ที่ซื้อเองนะ) แล้วในอนาคตคาดว่าจะมีดิคภาษาพูดเพิ่มขึ้นมาอีกเล่มด้วย... จะเยอะไปไหนเนี่ยยยย

ไวยากรณ์ระดับสอง สำหรับเตรียมสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น
สำนักพิมพ์ภาษาและวัฒนธรรม

     หลังจากปีที่แล้วสอบระดับสามผ่านมาแบบฟลุกๆ ก็เลยถึงเวลาซื้อระดับสองเสียที...กะเอาไว้ว่าปีหน้าจะไปลองสอบระดับสองดู ลองเปิดๆดูเนื้อหาในเล่มแล้ว เห็นบางๆอย่างนี้ก็เถอะ "ยากโคตรๆๆๆ" ยากกว่าระดับสามประมาณแสนแปด สารภาพว่ายังอ่านไม่รู้เรื่องค่ะ T_T ขอก้มหน้าก้มตาเรียนเอกญี่ปุ่นให้รอดก่อนแล้วจะกลับมาอ่านใหม่อีกครั้ง..จำเอาไว้นะ...

 

อธิษฐานรักไพ่ร้อยมนตร์
ตารกา เขียน
สำนักพิมพ์แจ่มใส 

     เรื่องราวหวานๆปนฮาของน้านากับคริส วิญญาณผู้พิทักษ์กุญแจแห่งไพ่ร้อยมนตร์ ไพ่วิเศษที่จะอธิษฐานขออะไรก็ได้โดยแลกกับชีวิตของผู้อธิษฐาน สารภาพว่าอ่านแบบไม่คิดอะไรมาก อ่านเพลินๆ อ่านเอามันส์ ซึ่งมันก็มันส์ดี การดำเนินเรื่องดี มีบางตอนที่อ่านแล้วแอบจั๊กจี้เล็กๆ ฮ่าๆ ไม่รู้ทำไม ชอบนิยายแนวโรแมนติกแฟนตาซีซะจริงๆสิน่า...

Love Spell ต้องมนตร์กลใจ
อะมีราห์ (Clear Ice) เขียน
สำนักพิมพ์แจ่มใส

     เรื่องราวเกี่ยวกับพ่อมดหนุ่มผู้ยอมตกเป็นทาสของปีศาจเพื่อหญิงผู้เป็นที่รักและเด็กสาวผู้มีใบหน้าเหมือนกับคนรักของพ่อมดหนุ่มทุกประการ อ่านไปก็ลุ้นไปว่าตกลงแล้วจะลงเอยรูปแบบไหนกันแน่ เพราะทางเลือกที่จะจบมันมีได้หลากหลาย แต่ก็ไม่นอกเหนือจากการคาดเดาที่เดาออกได้ตั้งแต่อ่านบทแรกๆแล้ว (เพราะเราอ่านหนังสือมามากเกินไปหรือเปล่า?) โทนเรื่องจะหนักๆหน่อย เน้นอารมณ์ของตัวพ่อมดหนุ่มมาก...จริงๆ ซึ่งเราก็ว่าอ่านเพลินดีถ้าไม่คิดอะไรมาก...

Heart in Time ดวงใจในห้วงกาล
moana (เด็กทะเล) เขียน
สำนักพิมพ์แจ่มใส

     เรียกได้ว่าเป็นภาคต่อ (อีกแล้ว) จากเรื่อง Wind of Love แต่เปลี่ยนมาเป็นเรื่องราวของเซียร์ หรือเซียร่า พี่ของเรนแทน ซึ่งตอนแรกแอบตกใจว่า เฮ้ย! เรื่องนี้จะยูริหรือเปล่าหว่า ซึ่งมันก็ไม่ใช่...โชคดีไป เล่มนี้ก็ออกเศร้าๆอีกเล่ม...ถ้าเทียบกับเล่มแรกสุดของชุดนี้ (จะถือว่าเป็นชุดนะเพราะตัวละครแต่ละตัวที่เคยออกมามีความเกี่ยวข้องกันหมด) Star in The Night อันนั้นฮาแตก ปล่อยมุกกระจายมาก อ่านไปหัวเราะไป แต่อย่างว่า ถึงโทนเรื่องะเป็นแบบนี้แต่ก็จบแบบ Happy Ending อยู่ดีล่ะ แต่ก็สงสารใครบางคนในเล่มนี้เหมือนกัน.. จากการคาดการณ์นะ จบแบบนี้ อาจจะมี 'ภาคต่อ' มาอีกก็ได้ แต่มันก็ไม่แน่เพราะคนเขียนระบุไว้ว่า 'จบบริบูรณ์' แล้วนี่...

อาทิตย์แรกแห่งพันต์
W. Maple (เมเปิ้ลสีขาว) เขียน
สำนักพิมพ์แจ่มใส

     เรื่องราวของโจรสลัดหนุ่มที่มีเบื้องหลังคลุมครือกับนักมายากลเร่ร่อน เรื่องราวของการต่อสู้ อิสรภาพ และความรัก จะบอกว่า...ชอบเล่มนี้แหละ ฮ่าๆ ชอบอีตาบรรดาโจรสลัดปากจัดทั้งหลายในเรื่อง ถูกใจเจ๊ ชอบจริงๆผู้ชายปากจัดๆเนี่ย ^ ^ อ่านไปอมยิ้มไป กัดกันแบบมีชั้นเชิงดี แต่เรื่องนี้สงสารนาธานที่ถูกกำหนดให้เป็น "ฝ่ายที่ไม่ดี" มากๆเลย รู้สึกว่าเป็นคนที่มีแง่มุมที่น่าสนใจและน่าสงสาร แล้วก็ชอบใจอีตาคาวีกัปตันโจรสลัดลมเหนือด้วย เป็นคนที่มีอะไรให้สนุกตลอดเวลาจริงๆ อ่านไปๆรู้ตัวอีกทีก็จบแล้ว สนุกดี  ^ ^

อาซีเทีย สุริยากับราตรี
TheLittleFinger เขียน
สำนักพิมพ์แจ่มใส

     เรื่องราวของเจ้าหญิงแห่งเมืองอาซีเทียที่ต้องออกตามหาสิ่งต้องห้ามแห่งไฟเพื่อคลายคำสาปที่ปกคลุมทั่วเมือง ความจริงเล่มนี้ก็ออกมานานพอสมควรแล้วนะ แต่เพิ่งสอยมาครอบครองในงานหนังสือคราวนี้เอง อืมม จะว่าไปก็สนุกนะ...เป็นแนวโรแมนติกแฟนตาซีที่...ยังไงดี นางเอกออกจะ...งี่เง่า และรู้สึกว่าเรื่อง "ความไม่สมเหตุสมผล" จะมีหลายจุดไปซักหน่อย กับตัวละครที่อ่านแล้วรู้สึกว่าไม่ค่อยมีมิติเท่าไหร่นัก แล้วก็มุกที่ขุดมาใช้ในเรื่องดูออกเลยว่าจงใจใส่ให้ตลกมากกว่าเหตุการณ์และการกระทำของตัวละครจะพาให้รู้สึกสนุกไปกับเรื่อง อืมม บอกไม่ถูกละ แต่ถ้าอ่านเพลินๆแบบไม่คิดอะไรมากมายก็น่าจะเฮฮาดี (แต่เราคิดว่าเราอ่านแบบไม่คิดมากแล้วนะ มันยังลอยมากระทบอีก อึ๋ย จะโดนแฟนคลับฆ่าป่ะเนี่ย...)

คินดะอิจิยอดนักสืบ ตอนที่ 9 ในห้องที่ปิดตาย
(Honjin Satsujinjiken)

Seishi Yokomizo เขียน
ชมนาด ศีติสาร แปล
Bliss Publishing

     หนังสือที่เคยถูกกล่าวถึงในคิดดะอิจิเล่มก่อนๆในชื่อ "ฆาตกรรมในโรงแรม" เรียกได้ว่าเป็นการปรากฎตัวครั้งแรกของคินดะอิจิ โคสุเกะ อ่านแล้วได้รู้ถึงความเป็นมาของนักสืบคนนี้มากยิ่งขึ้น ในเล่มนี้จะรวมคดีเอาไว้ด้วยกันสามคดี คือ 'ในห้องที่ปิดตาย' 'บ่อพยาบาท' 'คดีร้านแมวดำ' อ่านคินดะอิจิทีไรก็ทึ่งทุกทีว่า ทริกฆาตกรรมแบบนี้คิดได้ไง... อย่างเรื่องในห้องที่ปิดตาย พอเฉลยทริกเท่านั้นแหละ...ถึงกับอึ้งว่า เออ มันคิดได้ โดนต้มจนเปื่อยมาได้ทุกเล่มที่อ่านแต่ก็ยังชอบ ไม่เคยเดาคนร้านได้ถูกนี่คงเป็นเสน่ห์ของหนังสือเรื่องนี้ไปแล้วล่ะมั้ง เรื่องราวมันจะสมจริง สมจัง มีเหตุผลรองรับตลอด เรียกได้ว่า "หนัก" พอสมควร ใครที่ไม่ชอบก็คงไม่ชอบไปเลย... ว่าแต่...คินดะอิจิเนี่ย พอออกเล่มใหม่ทีก็เปลี่ยนรูปแบบปกที...แล้วอย่างนี้เมื่อไหร่มันจะเข้าชุดกันล่ะเฟร้ยยย

คินดะอิจิยอดนักสืบ ตอนที่ 10 คฤหาสน์เขาวงกต
(Meiroso no Sangeki)

Seishi Yokomizo เขียน
บุษบา บรรจงมณี แปล
Bliss Publishing

     เล่มนี้คินดะอิจิถูกตามตัวมาที่คฤหาสน์เมโรด้วยเรื่องชายแขนด้วนลึกลับที่หายตัวไปในคฤหาสน์ แต่กลับมีคดีฆาตกรรมเกิดขึ้นซึ่งเกี่ยวโยงกับเหตุการณ์นองเลือดในอดีตของคฤหาสน์แห่งนี้ ยิ่งอ่านไปก็ยิ่งรู้สึกว่าคดีนี้มีอะไรที่คาดไม่ถึงมากขึ้นเรื่อยๆ เราอ่านเล่มนี้แบบจริงจังตอนกลางดึก (ย้ำว่าดึกจริงๆ) แถมอ่านคนเดียวในห้อง อ่านไปก็ขนลุกไปเมื่อนึกถึงบทบรรยาย...ที่มันก็ไม่ได้ชวนแหวะแต่ภาพที่มันผุดขึ้นมาในสมองมันช่าง...อี๋ย์ T-T สุดๆจริงๆ คนเขียนค่อยๆปล่อยข้อมูลมาทีละนิดๆ ล่อให้เราหลงติดกับที่สร้างไว้ซะสนิท ก่อนจะเฉลยตัวฆาตกรที่โคตรจะโหด เลือดเย็นสุดๆเท่าที่เคยอ่านมา มีอย่างที่ไหนเอาศพไป....ซะได้ อี๋ย์ (ไม่สปอย ไปหาอ่านเองนะ ฮ่าๆๆ) อ่านแล้วก็ชักอยากอ่านเวอร์ชันภาษาญี่ปุ่นแฮะ แต่คงต้องรอให้สกิลภาษาญี่ปุ่นที่มันสุดห่วยพัฒนาขึ้นไปกว่านี้ซะก่อนนะ...

ลาเซนตรา 2
ทราย (Sine) เขียน
สำนักพิมพ์สถาพรบุ๊คส์

     ภาคต่อของเรื่องลาเซนตรา (ก็แน่ล่ะสิ!) พูดถึงการเดินทางเพื่อค้นหาสิ่งของซึ่งถูกเก็บซ่อนเอาไว้เพื่อใช้สำหรับต่อกรกับจอมมารเอลดาล เล่มนี้หนาโคตรรรรรร หนากว่าเล่มแรกประมาณเท่าตัวได้ แถมหนักอีก เอาไว้ฟาดหัวคนได้เลยนะเนี่ย ฮ่าๆๆ อ่านเล่มนี้แล้วรุ้สึกว่ากลิ่นอาย The Lord of The Ring มันรุนแรงกว่าเล่มก่อนอีกนะ อ่านแล้วก็รู้ได้ว่าได้แรงบันดาลใจมากจากเรื่องอะไร รูปเล่มเว่อร์ดี มีภาพประกอบเล็กๆตอนขึ้นต้นบทใหม่แต่ละบทด้วย ^ ^ และยิ่งอ่าน...ก็ยิ่งหมั่นไส้และมีไม่ชอบขี้หน้าตัวละครบางตัวด้วย (ซะงั้น = =") ยังไงการเดินทางของลาเซนตราก็ยังอีกยาวไกล...ก็ต้องรอคอยเล่มสามต่อไปล่ะนะ...

โชเน็น อนเมียวจิ จอมเวทปราบมาร 4 ตอน วิญญาณพยายาท
(Shounen Onmyuji Magatsu Kusari wo Tokihanate)

Mitsuru Yuki เขียน
กนกวรรณ อภินันธนากุล แปล
Bliss Publishing

     อาเบะ มาซาฮิโระกับมกคุงกลับมากครั้งกับศัตรูรายใหม่ วิญญาณแค้นที่ถูกปลุกและอนเมียวจิฝึกหัดที่ถูกใช้เป็นหุ่นเชิด เล่มนี้อ่านไปก็แอบขำไปกับมุกที่แอบแทรกๆเอาไว้ในเล่ม ดำเนินเรื่องเร็วสมกับเป็นชุด JLight ที่ทำให้รู้สึกว่าเหมือนกำลังอ่านการ์ตูนอยู่ ยิ่งอ่านก็ยิ่งชอบมาซาฮิโระ คาวาอี๊~ (ได้ข่าวว่าไม่เกี่ยวกันนิ ฮ่าๆ) และโตขึ้นทุกเล่มๆ ใครที่ชอบอ่านการ์ตูนและเริ่มอ่านนิยาย ลองเริ่มจากพวกนี้ดูน่าจะดี...

ยมทูตสีขาว 5 (Shinigami no Ballad 5)
K-Ske Hasegawa เขียน
พรนภา อริยะวัตรกุล แปล
Bliss Publishing

     ซื้อช้าไปมากมายกับเล่มนี้ เพราะได้ข่าวว่าออกมานานแล้ว เพิ่งมาตามเก็บ = =" เล่มนี้มีทั้งหมดสี่เรื่องคือ 'หากในวันนั้น' 'เมล็ดแตงโมและดวงดาว' 'อลิซในดินแดนแห่งความสุข' และ 'วงแหวนดอกไม้' ตั้งแต่อ่านเรื่องนี้มา รู้สึกว่าทำไมหลังๆ โมโมะถึงมีบทบาทในแต่ละตอนน้อยลงเรื่อยๆ อ่างมากก็แค่มีคนเอ่ยถึงหรือไม่ก็ปรากฎตัวขึ้นมานิดเดียวเท่านั้น บางทีแทบจะไม่เกี่ยวข้องกับตัวละครเหล่านั้นเลยด้วยซ้ำ เหมือนแต่มาเสริมเฉยๆ แถมยิ่งอ่าน คนเขียนก็ยิ่งแทรกปรัชญาระหว่างบรรทัดมากขึ้นทุกทีๆ ถ้าอ่านแบบ "ไม่คิดอะไรมาก" มันก็จะไม่มีอะไรให้คิดมากจริงๆ...ยังไงดี เวลาอ่านไปๆหลังๆเหมือนคนเขียนจะเขียนไฮกุมากว่านะ ฮ่าๆๆ อ่านไปก็ต้องตีความไป ถ้าคนที่ไม่ชอบแนวการเขียนแบบออกแนวปรัชญาอย่างนี้ จะพาลรู้สึกว่าเรื่องนี้น่าเบื่อเอาได้ง่ายๆนะ... รูปประกอบสวยดี แล้วก็สงสัยว่า ทำไมชื่อภาษาอังกฤษกับชื่อไทยมันถึงไปกันคนละทางเลยฟระ!

 

ยมทูตสีขาว 6 (Shinigami no Ballad 6)
K-Ske Hasegawa เขียน
สุพัตรา ผดุงปรีชาชัย แปล
Bliss Publishing

     คราวนี้คิดว่าจะซื้อชุดยมทูตสีขาวแค่สองเล่มก็พอ ที่เหลือเอาไว้คราวหลังละกันนะ..ก็เลยซื้อมาแค่เล่ม 5 กับเล่ม 6 นี่ล่ะ เล่มนี้ก็มีอีกสี่เรื่องเช่นกัน คือ 'เด็กสาวริมขอบบันได' 'เมืองที่หยุดนิ่ง' 'สาวน้อยที่ปลายฟ้า' และ 'ดอกไม้แห่งถ้อยคำ' ซึ่งเล่มนี้จะได้รู้ถึงความเป็นมาและตัวตนที่แท้จริงของ "UN" และ "โมโมะ" รู้สึกได้ว่า โทนเรื่องของเล่มนี้จะออกแนวเศร้า+หนักขึ้นกว่าเล่มก่อนๆ และเช่นเคย...ที่บทบาทของโมโมะมันน้อยลงๆเรื่อยๆจนเรียกได้ว่า ไม่มีบทแล้ว เรื่องก็ยังดำเนินต่อไปได้.. (หรือเป็นเพราะโมโมะมีตอนของเธอเองแล้วก็ไม่รู้) เลยเหมือนชื่อยมทูตสีขาวเป็นแค่ชื่อซีรีย์รวมเรื่องสั้นแค่นั้นเอง (แรงไปไหมเนี่ยย)

น้ำแข็งยูนิต ตราควายบิน
วินทร์ เลียววารินทร์ เขียน

     ฉบับปรับปรุงของหนังสือ "ปั้นน้ำเป็นตัว" และเป็นหนังสือเล่มแรกของชุดควายบิน จะมีบทความเกี่ยวกับการแนะนำการเขียน การคิดพล็อต พร้อมโจทย์และเรื่องสั้นตัวอย่างที่ใช้กลวิธีต่างๆที่แนะนำไปในการเขียน โดยส่วนตัวก็ชอบในระดับนึงนะ เพราะเราเรียกได้ว่าเป็นคนที่ชอบขีดๆเขียนๆอะไรอยู่บ้างเหมือนกัน (แม้จะไม่ได้เรื่องและไม่คิดจะเป็นนักอยากเขียนมืออาชีพก็ตาม) ก็เรียกได้ว่าเป็นหนังสือที่ให้ประโยชน์ดี แต่ยังไม่จี๊ดเท่ากับตอนอ่านเรื่อง "ผู้ชายคนที่ตามรักเธอทุกชาติ พิมพ์ครั้งที่ 85" หรือเล่มอืนๆ อาจเป็นเพราะมันเป็นแนวการแนะนำเทคนิคในการเขียนมากกว่าล่ะมั้ง ถือว่าอ่านไว้ประดับความรู้และใช้เป็นแนวทางในการค้นหาพล็อตและแนวความคิดสร้างสรรค์ต่างๆได้ ว่าแล้วก็อยากไปสอยหนังสือรวมเรื่องสั้นอื่นๆของคุณวินทร์มาอ่านอีกแฮะ... แล้วก็อยากได้หนังสือที่เกี่ยวกับการแนะนำการเขียนเล่มอื่นอีกจัง...

ยาแก้สมองผูก ตราควายบิน
วินทร์ เลียววารินทร์ เขียน

     รวมสูตรการคิดพล็อตแบบต่างๆ ถือเป็นเล่มต่อจากน้ำแข็งยูนิตตราควายบิน ซึ่งเล่มนี้จะนำเสนอวิธีการและคำแนะนำในการคิดพล็อต สร้างพล็อตเสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งทำให้ต่างจากเล่มก่อน 'พล็อตมีอยู่รอบตัว ขึ้นอยู่กับว่าเราจะจับเอาอะไรมาเขียน' สิ่งที่เล่มนี้นำเสนอเป็นแค่วิธีการในการคิดพล็อต ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับตัวเราแล้วว่า เรามีข้อมูลในหัวมากแค่ไหน เราสามารถค้นหาสิ่งต่างๆมาปรับปรุง เปลี่ยนแปลง และทำให้เป็นแบบฉบับของเราได้ยังไง

นิทานสันดานเสีย
จักรพันธุ์ ขวัญมงคล เขียน
สำนักพิมพ์ a book

     หนังสือรวมเรื่องสั้นอีกเล่ม ที่สอยมาเพราะชื่อหนังสือมันจี๊ดมาก >//< ชอบ ข้างในรวมนิทาน 13 เรื่อง 'โลกหมุนรอบสารภี' 'เหตุผลของคนไม่พูด' 'นกตัวที่อยากบินออกจากบ้านเมื่อวานนี้' 'นิทานสันดานเสีย' 'จดหมายถึงมาริโอบนรถเมล์สายนั้น' 'มาริโอสอนน้อง' 'สุขสันต์วันกล้วยไม้' 'อวกาศห้วงลึก' 'คู่เศร้า คู่สม' 'กาแฟ-ชา-การลาจาก' 'ส้วมที่ต้องซ่อม' และ 'เสียงของแผ่นดินไหว' เรียกได้ว่าเป็นหนังสือที่ "เสียดสี" อะไรหลายๆอย่างในสังคมพอสมควร ชอบเรื่องจดหมายถึงมาริโอและมาริโอสอนน้อง จี๊ดดี! ภาษาบางเรื่องอาจจะห่ามๆแต่ก็ถ่ายทอดอารมณ์ของตัวละครออกมาได้สุดๆเหมือนกัน

อิฐ
นิ้วกลม เขียน
สำนักพิมพ์ a book

     รวมบทความจากคอลัมน์ E=iq² จากนิตยสาร a day เกี่ยวกับกลเม็ดในการสร้างสรรค์ความคิดสร้างสรรค์ต่างๆ ถึงเราจะมี a day ที่มีคอลัมน์เหล่านี้อยู่ในมืออยู่แล้วก็ตาม จำได้ว่าครั้งแรกที่อ่านคอลัมน์นี้ก็นั่งอมยิ้มว่า "คนเขียนมันคิดได้..." แล้วก็กลายเป็นคอลัมน์โปรดไปเลย พอเอามารวมเล่มก็เลยคิดว่า...งั้นซื้อดีกว่า รูปแบบ รูปเล่ม ลูกเล่นที่มีอยู่ในหนังสือเล่มนี้มันสะใจเจ๊มากค่า คือ..ทุกๆอย่างในหนังสือมีความหมายในตัวของมันเองทั้งนั้น ไม่ใช่อยากใส่อะไรก็เอามาใส่มั่วๆ ส่วนตัวบทความ เนื่องจากเคยอ่านมาแล้วมันก็ยังจำได้อยู่..ก็เลยไม่ค่อยแปลกใจกับอะไรเท่าไหร่ ชอบสำนวนของนิ้วกลมนะ อ่านแล้วก็คิดตามไปเรื่อยๆ สนุกดี เรื่องโตเกียวไม่มีขาที่ซื้อมาก่อนหน้านี้ก็อ่านสนุก ว่าแล้วก็อยากได้หนังสือ "ณ" ด้วยแฮะ... 

 

          บล็อกคราวนี้ยาวมากมายจริงๆ จงใจเขียนเยอะๆ อยากเขียนยาวๆนี่นา ฮ่าๆ บอกแล้วว่าประเดิม catagory เอาไว้คราวหลังครึ้มอกครึ้มใจจะเอาหนังสือเรื่องอื่นมาลงให้ดูอีก มีที่อยากพรีเซนต์ในสต็อกหลายเรื่องอยู่เหมือนกัน แง้ววว ความจริงมีหนังสือที่อยากซื้ออีกเป็นกระบุงเลย แต่ด้วยทุนทรัพย์ที่ไม่มากก็เลยซื้อได้มากสุดเท่านี้ ที่เหลือที่เล็งๆไว้ และพวกหนังสือที่ยังเก็บไม่ครบชุดทั้งหลายก็คงจะไปซื้อเอาตามร้านหนังสือล่ะนะ...

          ตอนนี้จะกลับหอแล้ว เดี๋ยวต้องไปเตรียมจัดของแล้วล่ะ งื้ดด เทอมนี้ปัญหาเยอะแยะมากมายตั้งแต่ตอนลงทะเบียน ประกาศเอกโทเลย เปิดเทอมไปคงวุ่นวายน่าดู เพราะงั้น ถือซะว่าเดือนนี้ที่อัพบล็อกไปเยอะๆคือสต็อกเก็บไว้ช่วงเปิดเทอมละกันนะ ฮ่าๆ

 

edit @ 1 Nov 2007 02:14:37 by AniaRovana

edit @ 2 Nov 2007 00:38:04 by AniaRovana